ใกล้ลอยกระทงทีไร หลายคนเริ่มสงสัยว่าในกระทงควรใส่อะไรบ้าง ธูปกี่ดอก เทียนกี่เล่ม ใส่เหรียญดีไหม แล้วตัดผมตัดเล็บใส่ไปด้วยจริงหรือ บทความนี้รวบรวมความหมายของแต่ละชิ้นตามที่แหล่งข้อมูลต่างๆ เล่าไว้ ทั้งฝั่งความเชื่อและฝั่งสิ่งแวดล้อม จะได้เลือกใส่อย่างเข้าใจ และไม่ทำร้ายแม่น้ำที่เราไปขอขมา

ทุกอย่างในบทความนี้เป็นความเชื่อและธรรมเนียมที่เล่าต่อกันมา แต่ละแหล่งอธิบายไม่เหมือนกัน ไม่มีข้อไหนรับประกันผล ใจที่ตั้งมั่นกับการไม่ทิ้งขยะลงน้ำคือสิ่งที่ทำได้จริงที่สุด

ลอยกระทงมาจากไหน (ฉบับย่อ)

ประวัติลอยกระทงไม่มีหลักฐานชัดว่าเริ่มเมื่อไร ไทยรัฐสรุปว่าประเพณีลอยน้ำบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์พบในหลายวัฒนธรรมแถบเอเชีย ทั้งคติพุทธและพราหมณ์ ส่วนที่มาที่คนไทยเล่าต่อกันมีหลายสาย ที่พบบ่อยคือ

  • ขอขมาพระแม่คงคา - ขอบคุณที่ให้น้ำใช้ และขอขมาที่เราทิ้งสิ่งสกปรกลงน้ำ เป็นความหมายที่คนไทยคุ้นที่สุด
  • บูชารอยพระพุทธบาทริมแม่น้ำนัมมทา - ตามตำนาน พระพุทธเจ้าประทับรอยพระบาทไว้บนหาดทรายริมแม่น้ำนัมมทานทีในอินเดีย เพื่อให้พญานาคได้สักการะ กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก ระบุว่าปัจจุบันเรียกแม่น้ำเนรพุททา แต่ไทยรัฐเล่าอีกฉบับว่าเป็นรอยพระบาทริมแม่น้ำเนรัญชรา หลังเหตุการณ์ถาดทองลอยทวนน้ำ เห็นได้ว่าแหล่งเล่าไม่ตรงกัน
  • บูชาพระจุฬามณีเจดีย์ - เจดีย์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้าตอนออกผนวช ส่วนที่บางคนเล่าว่าเป็นการบูชาพระเขี้ยวแก้ว เรายังไม่พบในแหล่งที่ตรวจสอบ แหล่งที่พบพูดถึงพระเกศาในพระจุฬามณีเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีตำนานอื่นอีก เช่น ต้อนรับพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลก บูชาพระนารายณ์ตามคติพราหมณ์ บูชาท้าวพกาพรหม และบูชาพระอุปคุตที่ชาวเหนือนับถือ (หอสมุด ม.สงขลานครินทร์ รวบรวมไว้ 7 ข้อ)

เรื่องนางนพมาศที่คิดกระทงรูปดอกบัวในสมัยสุโขทัยก็ยังถกเถียงกันอยู่ PPTV ระบุว่าศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงพูดถึงแค่ "เผาเทียน เล่นไฟ" ไม่ได้พูดถึงลอยกระทงตรงๆ และหนังสือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ที่เล่าเรื่องนางนพมาศ มีผู้สันนิษฐานว่าแต่งขึ้นในต้นรัตนโกสินทร์ เพราะสำนวนใหม่กว่ายุคสุโขทัย

ส่วนประกอบของกระทง และความหมายแต่ละชิ้น

ฐานกระทง: ต้นกล้วย ขนมปัง หรือใบตอง

ฐานแบบดั้งเดิมคือ หยวกกล้วยหรือต้นกล้วย หุ้มขอบด้วยใบตอง ทั้งกรมอนามัยและสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) แนะนำวัสดุกลุ่มนี้ เพราะเป็นวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น เก็บและกำจัดง่าย

ขนมปัง เป็นที่นิยมเพราะเชื่อกันว่าปลากินได้ แต่หน่วยงานมองต่างกันเล็กน้อย

  • กรมควบคุมมลพิษ (ปี 2567) ไม่แนะนำให้ลอยกระทงขนมปังในแหล่งน้ำปิด เพราะเปื่อยยุ่ย ปลากินไม่ทัน จมลงท้องน้ำแล้วทำให้น้ำเน่าเสีย
  • กทม. (ปี 2568) ขอให้งดกระทงขนมปังและกระทงอาหารปลา และห้ามลอยในสระหรือบ่อในสวนสาธารณะ โดยยกตัวอย่างบ่อน้ำสวนสันติภาพปี 2566 ที่ต้องฟื้นฟูนาน 4 เดือน
  • TEI บอกว่าถ้าจะใช้ ควรเป็นขนมปังไม่ใส่สี และลอยเฉพาะแหล่งน้ำที่มีสัตว์น้ำ

สรุปคือ ขนมปังไม่ได้ปลอดภัยต่อน้ำอย่างที่หลายคนคิด ถ้าไม่แน่ใจ เลือกหยวกกล้วยกับใบตองจะดีกว่า

ใบตองพับกลีบ

ใบตองที่พับเป็นกลีบแล้วเย็บต่อกันรอบฐาน ทำให้กระทงมีรูปทรงคล้ายดอกบัว Wongnai อธิบายว่ารูปดอกบัวใช้ระลึกถึงพระพุทธเจ้า สื่อถึงสติ ปัญญา ความสงบ และความบริสุทธิ์ ตรงกับตำนานที่ว่านางนพมาศคิดกระทงรูปดอกบัวโกมุทสำหรับพิธีลอยพระประทีป เราไม่พบแหล่งที่ให้ความหมายเฉพาะของการพับกลีบแต่ละแบบ จึงขอเล่าเท่าที่พบ

ดอกไม้

ในการบูชาแบบพุทธ ธูป เทียน ดอกไม้ เทียบกับพระรัตนตรัย ผู้จัดการออนไลน์ อธิบายว่า ดอกไม้เปรียบกับพระสงฆ์ คือดอกไม้หลากสีหลายพันธุ์ที่จัดรวมกันอย่างเป็นระเบียบ เหมือนภิกษุต่างที่มาที่อยู่ร่วมกันใต้ธรรมวินัยเดียวกัน

ส่วนสายมูมีการเลือกดอกตามเรื่องที่ขอ Wongnai รวบรวมความเชื่อไว้ เช่น

  • ดอกรัก 14 ดอก - ขอให้มีความรักที่ดี
  • ดอกบานไม่รู้โรย 8 ดอก - ให้ความรักของคนมีคู่มั่นคงยืนยาว
  • ดอกดาวเรือง 6 ดอก - ชีวิตรุ่งเรือง ค้าขายสำเร็จ
  • ดอกจำปี 11 ดอก - เสริมค้าขาย ผู้ใหญ่สนับสนุนงาน
  • ดอกกล้วยไม้ - เสริมสุขภาพ

ธูป 3 ดอก

ไทยรัฐระบุว่าการขอขมาพระแม่คงคาใช้ ธูป 3 ดอก กับเทียน 1 เล่ม ส่วนความหมายของเลข 3 อธิบายได้ 2 แบบ ดูหัวข้อถัดไป

เทียน 1 เล่ม

เทียนในกระทงคือแสงประทีปที่ลอยไปบูชา เป็นที่มาของคำว่า ลอยพระประทีป ในการไหว้พระทั่วไป ผู้จัดการออนไลน์ อธิบายว่าเทียน 2 เล่มแทนพระธรรมและพระวินัย และแสงเทียนเปรียบกับปัญญา แต่สำหรับกระทง ไทยรัฐระบุจำนวน 1 เล่ม

หมาก พลู

หมากพลูเป็นเครื่องบูชาที่ใช้ในพิธีไทยมาแต่เดิม ไทยรัฐเล่าว่าบางคนใส่หมากพลูลงกระทงเพื่อเสริมสิริมงคล แต่เราไม่พบแหล่งที่อธิบายความหมายเฉพาะของหมากพลูในกระทง จึงเป็นของเสริมตามธรรมเนียม ไม่ได้บังคับ

เหรียญ

ตามความเชื่อ การใส่เหรียญเป็นการบูชาและขอพรให้มั่งคั่ง Sanook เล่าว่าเชื่อกันว่าเงินทองจะไหลเข้ามาทั้งปี Wongnai บอกสูตรที่นิยมคือใส่ให้ครบ 9 บาท ผู้ชายใช้เหรียญ 2 บาท 4 เหรียญ กับ 25 สตางค์ 4 เหรียญ ผู้หญิงใช้เหรียญ 2 บาท 4 เหรียญ กับ 50 สตางค์ 2 เหรียญ

แต่ฝั่งสิ่งแวดล้อมไม่แนะนำ ดูหัวข้อสิ่งที่ควรเลี่ยงด้านล่าง

เส้นผม เล็บ เพื่อลอยเคราะห์

การตัดเศษผมหรือเล็บใส่กระทงเป็นความเชื่อเรื่อง ลอยเคราะห์ Sanook อธิบายว่าเป็นการตัดเคราะห์ ปล่อยสิ่งไม่ดีไปกับสายน้ำ ส่วน Wongnai มองอีกมุมว่าผมและเล็บที่ตัดแล้วงอกใหม่ได้ จึงเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่ ตรงกับที่กองอนุศาสนาจารย์ ทบ. ระบุว่าการลอยกระทงมีความหมายหนึ่งคือสะเดาะเคราะห์ ปล่อยความทุกข์และโรคภัยไปตามน้ำ

ส่วนการใส่เศษผ้า เรายังไม่พบแหล่งที่อธิบายไว้ชัด จึงขอไม่ยืนยัน ถ้าจะใส่อะไร ใส่น้อยๆ และเป็นของที่ย่อยสลายได้

ข้าวตอก

Wongnai ระบุว่าข้าวตอกเป็นเครื่องบูชามาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ความเชื่อคือใส่แล้วช่วยให้รากฐานชีวิตมั่นคง และเสริมเรื่องการงาน บางคนใส่ข้าวสาร 1 กำมือด้วย เชื่อว่าจะมีคนช่วยเหลือ ไม่ขาดแคลน

ธูปกี่ดอก เพราะอะไร

คำตอบที่ตรงกันคือ 3 ดอก แต่เหตุผลมี 2 สาย

  1. พระรัตนตรัย - ไทยรัฐระบุว่าธูป 3 ดอกแทนพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเป็นคำอธิบายแบบชาวบ้านที่คุ้นที่สุด
  2. พระคุณ 3 ของพระพุทธเจ้า - ผู้จัดการออนไลน์ และไทยรัฐอีกบทความ อธิบายว่า 3 ดอกหมายถึงพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาคุณ

ทั้งสองแบบไม่ขัดกัน และผู้จัดการออนไลน์ ย้ำว่าความหมายเหล่านี้เป็นมติของนักปราชญ์ ไม่ได้ตายตัว ไทยรัฐยังเล่าว่าตามความเชื่อฝั่งอินเดีย บูชาหรือขอขมาด้วยกำยานอย่างเดียวก็ได้

อธิษฐานอย่างไรดี

ขอขมาพระแม่คงคา (ฉบับสั้น)

ไทยรัฐและกรุงเทพธุรกิจให้ลำดับไว้คล้ายกัน กรุงเทพธุรกิจระบุว่าอ้างอิงจากเอกสารของพระราชวิจิตรปฏิภาณ วัดสุทัศนเทพวราราม

  1. ตั้งนะโม 3 จบ: นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
  2. กล่าว: สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต
  3. ตามด้วยคำขอขมาและขอพรเป็นภาษาไทย

ตัวอย่างคำภาษาไทยจากไทยรัฐ (บอกชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิดของเราก่อน)

ข้าพเจ้า... ขอถวายบูชากระทงประทีปนี้แด่พระแม่คงคา ขอพระแม่คงคาโปรดเมตตารับการบูชาจากลูกผู้มีใจภักดี ตระหนักในความกรุณาปรานีที่ท่านให้โดยตลอดมา โปรดรับขอขมา ทั้งนี้หากมีสิ่งใดผิดพลาดเกิดขึ้น ขอพระแม่คงคาโปรดให้อภัย และโปรดนำพาความมงคล ความร่ำรวย ความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จ มาให้แก่ลูก ณ ครานี้ด้วยเทอญ สาธุ

ถ้าอยากบูชารอยพระพุทธบาท ไทยรัฐให้บทบาลีไว้ว่า มะยัง อิมินา ปะทีเปนะ อะสุกายะ นัมมะทายะ นะทิยา ปุลิเน ฐิตัง มุนิโน ปาทะวะลัญชัสสะ ปูชา อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ สังวัตตะตุ แปลความว่า ขอบูชารอยพระพุทธบาทริมแม่น้ำนัมมทาด้วยกระทงประทีปนี้ ขอให้เกิดประโยชน์และความสุขแก่เราสืบไป

คนนิยมขออะไรกันบ้าง

  • ขอขมาพระแม่คงคา - ยังเป็นหัวใจของวันนี้ ทั้งไทยรัฐและกรุงเทพธุรกิจวางบทขอขมาไว้ก่อนขอพรเสมอ
  • ความรัก - ตามความเชื่อที่ Sanook และไทยรัฐรวบรวม ถ้ากระทงของคู่รักลอยแยกกัน อาจหมายถึงต้องแยกทาง คู่รักจึงนิยม ลอยกระทงใบเดียวกัน ซึ่งตรงกับที่ สผ. และกรมอนามัยชวนให้ลอย 1 กลุ่ม 1 กระทง เพื่อลดขยะพอดี
  • การเงิน - ใส่เหรียญหรือดอกไม้มงคลตามความเชื่อ แล้วอธิษฐานขอให้มีกินมีใช้
  • ลอยเคราะห์ - ขอให้ความทุกข์ โรคภัย และเรื่องไม่ดีไหลไปกับน้ำ

พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) เคยสอนไว้ใน ทรูปลูกปัญญา ว่าลอยกระทงคือการปล่อยสิ่งไม่ดีออกจากใจด้วย ไม่ใช่แค่ลอยของลงน้ำ

กระทงคว่ำหรือลอยแยกกัน: ตามความเชื่อถือว่าเป็นลางไม่ดี แต่ไทยรัฐอธิบายว่าส่วนใหญ่เกิดจากกระแสน้ำ ลม และน้ำหนักกระทง การใส่เหรียญหรือของมากเกินไปทำให้กระทงเสียสมดุลได้ ใส่ของน้อยๆ และลอยใบเดียวกันจะสบายใจกว่า

สิ่งที่ควรเลี่ยง

โฟมและพลาสติก

กรมอนามัยระบุว่ากระทงโฟมย่อยสลายยากมาก ใช้เวลานานถึง 500 ปี และอาจอุดตันท่อหรือกีดขวางทางน้ำ ไทยพีบีเอส รายงานตัวเลข 500-1,000 ปี สผ. (สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) ขอให้งดพลาสติกและโฟม

ของที่ทำให้น้ำเสีย หรือเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ

  • ลวด แม็ก หมุด ตะปู - สผ. และ กทม. ขอให้งด ใช้ไม้กลัดแทน
  • กระทงขนมปังในแหล่งน้ำปิด - ทำให้น้ำเน่า สัตว์น้ำขาดออกซิเจน
  • กระดาษ และวัสดุแป้ง - สผ. บอกว่ากระดาษเก็บยาก ส่วนแป้งเปื่อยและจมเร็วจนสัตว์น้ำกินไม่ทัน
  • การลอยในทะเล - TEI ไม่แนะนำ เพราะเก็บกู้ยาก บางส่วนลอยกลับมาเกยชายฝั่ง

ใส่เงินจริงลงกระทง

ข้อนี้แหล่งข้อมูลมองต่างกัน ฝั่งความเชื่อ (เช่น Wongnai, Sanook) เล่าว่าใส่เหรียญเพื่อเสริมโชคลาภ แต่ TEI แนะนำว่าไม่ควรใส่เหรียญ โดยจัดไว้กลุ่มเดียวกับวัสดุโลหะที่อาจหลุดลงแม่น้ำและเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ ไทยรัฐก็ระบุว่าใส่เหรียญมากไปทำให้กระทงหนักจนเสียสมดุลได้

ถ้าอยากทำบุญด้านการเงิน ทางที่ไม่รบกวนแม่น้ำคือหยอดตู้บริจาคหรือทำบุญที่วัด แล้วตั้งจิตอธิษฐานแทน

เลือกกระทงรักษ์น้ำ: วัสดุไหนดีที่สุด

ข้อมูลจากหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรงพอสรุปได้ว่า

  • หยวกกล้วย ต้นกล้วย ใบตอง ดอกไม้สด - ทางเลือกหลักที่ทุกหน่วยงานแนะนำ กรมควบคุมมลพิษระบุว่ากระทงวัสดุธรรมชาติใช้เวลาย่อยสลายประมาณ 14 วัน และเก็บไปจัดการต่อได้ง่าย
  • กระทงน้ำแข็ง และกระทงโคนไอศกรีม - กรมควบคุมมลพิษเคยแนะนำกระทงน้ำแข็ง (ไทยพีบีเอส ปี 2561) ส่วนกรมอนามัยยกเป็นตัวอย่างวัสดุที่ย่อยสลายเร็ว
  • ขนาดเล็ก - ใช้วัสดุน้อยลง ขยะก็น้อยลง
  • 1 ครอบครัว 1 กระทง - ทั้ง สผ. กรมอนามัย และ TEI แนะนำตรงกัน
  • ลอยกระทงออนไลน์ - กทม. จัดผ่านเว็บไซต์ greener.bangkok.go.th ปี 2568 มีผู้ร่วม 23,347 ใบ

อย่าลืมว่าแม้เป็นวัสดุธรรมชาติ ถ้าไม่ถูกเก็บขึ้นมาก็ยังเป็นขยะในน้ำได้ ควรลอยในจุดที่หน่วยงานจัดไว้และมีการจัดเก็บ

ตัวเลขจาก กทม. ปี 2568

กทม. แถลงหลังวันลอยกระทง 2568 (5 พ.ย. 2568) ว่าเก็บกระทงได้ 391,027 ใบ ลดลงประมาณ 24% จากปีก่อน แบ่งเป็น

  • วัสดุธรรมชาติ 323,626 ใบ (82.76%)
  • ขนมปัง 39,103 ใบ (10.01%)
  • โฟม 28,298 ใบ (7.23%)

กระทงวัสดุธรรมชาติที่เก็บจากเจ้าพระยาจะถูกบดย่อยส่งโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์หนองแขม ส่วนโฟมต้องนำไปฝังกลบ นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่กระทงหยวกกล้วยใบตองดีกว่า เพราะได้กลับไปเป็นปุ๋ยจริงๆ

สรุปสั้นๆ ก่อนออกไปลอย

  1. ฐานหยวกกล้วย หุ้มใบตองพับกลีบ ยึดด้วยไม้กลัด
  2. ดอกไม้สด ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม
  3. ของเสริมตามความเชื่อ เช่น ข้าวตอก หมากพลู เศษผมเล็บเล็กน้อย ใส่แต่พอดี
  4. งดโฟม พลาสติก โลหะ และเลี่ยงการใส่เงินจริง
  5. ขอขมาพระแม่คงคาก่อน แล้วค่อยอธิษฐาน
  6. ไปกับคนรักหรือครอบครัว ลอยใบเดียวกัน

แหล่งอ้างอิง